โรงเรียนมัธยมลินคอล์นศึกษาได้จัดการประชุมผู้ปกครองและกิจกรรมปฐมนิเทศสำหรับนักเรียนระดับชั้น ม.1 – ม.6 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อชี้แจงนโยบาย กฎระเบียบ และวิสัยทัศน์ของโรงเรียนให้กับทั้งผู้ปกครองและนักเรียนได้รับทราบอย่างชัดเจน

บรรยากาศเริ่มต้นอย่างมีชีวิตชีวาด้วยการแสดงเต้นจากนักเรียนผ่านเพลง “Bring the Beat” และ “Make It Shine” ซึ่งเรียกรอยยิ้มและเสียงปรบมือจากผู้ปกครองและแขกผู้เข้าร่วมได้เป็นอย่างดี

ช่วงหนึ่งของงานที่สร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจให้กับหลายคน คือการแบ่งปันเรื่องราวชีวิตโดย “ไตเติ้ล” ฆรพันธ์ วิสุยะ นักเรียนวัย 17 ปี ซึ่งกล้าเล่าถึงประสบการณ์ที่ผ่านมาอย่างเปิดใจ
เขาเล่าว่า ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ไร้จุดหมาย เติบโตมากับคุณลุงและคุณป้า และมีความรู้สึกต่อต้านคุณพ่อ เพราะเชื่อว่าเขาคือสาเหตุที่ทำให้แม่หนีไป ไตเติ้ลไม่สนใจการเรียน ติดเพื่อน สูบบุหรี่ และมีปัญหาด้านพฤติกรรมในโรงเรียนอย่างหนัก จนผลการเรียนตกต่ำ และเคยเข้าใจผิดว่า “ไม่มีใครรักเขาจริง” นอกจากเพื่อน
แต่เมื่อเขาตกอยู่ในจุดที่ย่ำแย่ที่สุด กลับพบว่า คนที่อยู่เคียงข้างเขาคือ “แม่” ที่เขาเคยโกรธที่ทิ้งเขาไป ส่วนเพื่อน ๆ ที่เคยคิดว่ารักเขา กลับหายไปหมด ช่วงเวลานั้นเองที่พี่สาวได้แนะนำให้เขามาเรียนที่โรงเรียนลินคอล์น ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต
“ผมมั่นใจมากว่า ยังไงผมก็อยู่ที่นี่ไม่ได้แน่นอน” ไตเติ้ลเล่าถึงความรู้สึกครั้งแรกที่ก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียนใหม่ แต่หลังจากได้เรียนรู้ ได้ทำกิจกรรม และเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ รวมถึงได้รับคำแนะนำจากคุณครู ทำให้เขาเริ่มมองเห็นตัวตนที่แท้จริง เข้าใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาตนเองได้ทำร้ายพ่อแม่ไปมากเพียงใด ด้วยความคิดผิด ๆ ที่ว่าเขาสามารถอยู่คนเดียวได้โดยที่ไม่มีพ่อแม่
“แม้ว่าผมจะเคยทำผิดพลาดมากมาย แต่ครอบครัวกลับไม่เคยทอดทิ้งผม พวกเขายังรอและพร้อมจะให้อภัยเสมอ” ไตเติ้ลกล่าว พร้อมเสริมว่า โรงเรียนลินคอล์นไม่ได้ให้แค่การศึกษา แต่ให้โอกาสในการค้นพบคุณค่าของตัวเอง เขาได้ร่วมทีมเต้นของโรงเรียน และมีโอกาสขึ้นแสดงต่อหน้าเยาวชนทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 4,000 คน และที่สำคัญที่สุด เขาได้เปิดใจพูดคุยกับพ่อแม่อีกครั้ง ซึ่งทำให้เข้าใจความรักของพวกเขาอย่างแท้จริง

อีกหนึ่งช่วงที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วม คือการบรรยายพิเศษจาก อาจารย์คิม ยอง ซัม ที่เน้นย้ำว่า นักเรียนทุกคนที่โรงเรียนลินคอล์นได้มีโอกาสขึ้นเวที ไม่ใช่เพราะเป็นคนที่เก่งที่สุด แต่เพราะมีโอกาส ซึ่งทางโรงเรียนมีชมรมเต้นวัฒนธรรม ที่ไม่เพียงพัฒนาทักษะ แต่ยังปลูกฝังจิตใจให้แข็งแรง เพราะเมื่อจิตใจเข้มแข็ง การเรียนหนังสือก็ไม่ใช่เรื่องยาก โรงเรียนนี้ไม่ได้สอนแค่เรื่องวิชาการ แต่สอนสิ่งที่โลกภายนอกมองไม่เห็น อย่างความฝัน ความหวัง และคุณค่าของการใช้ชีวิต หลักการที่นี่คือ “คนที่มีปัญญาจะได้คน และเงินจะตามมาเอง” ถ้าเรามีปัญญาและหัวใจที่เข้าใจผู้อื่น ต่อให้ขายของก็จะมีลูกค้ากลับมาซื้ออีกครั้ง แต่ถ้าเราใช้ชีวิตตามสิ่งที่มองเห็นเพียงอย่างเดียว สุดท้ายจะล้มเหลว
เด็กบางคนอาจไม่อยากตื่นนอน แต่ถ้าในวันพรุ่งนี้มีสิ่งที่เขารอคอย เช่น การได้ไปเที่ยว เขาก็จะสามารถตื่นเช้าได้อย่างง่ายดาย เพราะแรงขับเคลื่อนไม่ได้มาจากคำสั่ง แต่มาจากความฝันในใจ หลายคนโชคร้ายในชีวิต เพราะเอาแต่จ้องสิ่งที่ตัวเองเห็น แล้วตัดสินว่าไม่มีทางไปต่อได้ ทั้งที่จริงแล้วหากมองเห็นความฝันที่ซ่อนอยู่ เขาจะพบว่าทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ความฝันก็เหมือนเมล็ดทุเรียน ที่แม้จะเล็ก แต่หากได้รับการดูแล จะเติบโตเป็นผลที่หวานและมีคุณค่า เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสิ่งที่ตาเห็น แต่ต้องเปลี่ยนความฝันที่มองไม่เห็น แล้วทุกอย่างจะค่อย ๆ เปลี่ยนไป โรงเรียนนี้คือสถานที่ที่ปลูกฝันให้กับนักเรียนทุกคน พร้อมมอบโอกาสให้เขาได้ก้าวข้ามอุปสรรคไปให้ถึงฝั่งฝัน

ช่วงสุดท้ายของงาน ผู้ปกครองหลายท่านได้ร่วมแบ่งปันความรู้สึกหลังจากเข้าร่วมงาน หนึ่งในนั้นกล่าวว่า
“หลังจากได้ฟังแนวทางของโรงเรียนในวันนี้ ผมมีความหวังและเชื่อว่าโรงเรียนแห่งนี้จะสามารถเปลี่ยนหลานของผมได้ เพราะที่นี่ไม่ได้สอนแค่เรื่องเรียนวิชาการ แต่ยังสอนการใช้ชีวิตและจิตใจของเด็ก ๆ ด้วย”



Leave a Reply