“Cooking Academy” เป็นชั้นเรียนเสริมของโรงเรียนมัธยมลินคอนที่เน้นความเป็นนานาชาติและความเรียบง่าย ภายใต้แนวคิด “งบน้อยแต่อร่อย” นักเรียนได้เรียนพื้นฐานการทำอาหาร ตั้งแต่การใช้อุปกรณ์ ความปลอดภัย ไปจนถึงการเลือกวัตถุดิบใกล้ตัว
จากการเรียนในห้อง สู่แนวคิด “ไม่หยุดเติบโต” นักเรียนต่อยอดสู่โปรเจ็คขาย “คิมบับ” นอกสถานที่ จากทำกินเองสู่ “ทำเพื่อขาย” ในโครงการ Little Entrepreneurship
ถ้าการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนเปรียบเสมือนการฝึกว่ายน้ำในสระ การก้าวออกไปสู่สังคมก็คงไม่ต่างจากการลงสู่ทะเลจริงที่เต็มไปด้วยคลื่น พายุ และสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่ทำให้เราเติบโตและแข็งแกร่งขึ้นอย่างแท้จริง จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่นักเรียนได้เรียนทำอาหารและรับประทานร่วมกันภายในห้องเรียน สู่การ “ว่ายน้ำในสนามจริง” ผ่านโปรเจคตั้งบูธจำหน่าย “คิมบับ” ให้บุคคลภายนอกได้ลิ้มลอง

คิมบับคืออาหารเกาหลีแบบม้วน ใช้ข้าวห่อสาหร่าย ใส่ไส้หลากหลาย หั่นเป็นคำ กินง่ายและพกพาสะดวก อีกทั้งยังเป็นเมนูที่นักเรียนชื่นชอบ ทั้งรสชาติและความสนุกในการทำ โดยมีเสื่อไม้ไผ่ม้วนซูชิเป็นอุปกรณ์สำคัญ ช่วยให้ม้วนได้แน่น สวยงาม และได้รูปทรงพอดี การทำคิมบับจึงต้องอาศัยความละเอียด ใส่ใจ โดยเฉพาะการจัดสีและรสชาติของไส้ให้สมดุล
จากการเรียนในห้อง “Cooking Academy” ได้ก้าวสู่ระดับใหม่ ออกไปจัดเวิร์กช็อปสอนทำคิมบับนอกสถานที่ ตามคำเชิญของมหาวิทยาลัยและองค์กรต่าง ๆ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริงมากยิ่งขึ้น

“รับบทผู้ประกอบการรุ่นเยาว์” เมื่อได้ลิ้มลองความท้าทายแล้ว นักเรียนจึงถูกผลักดันสู่ระดับที่ใหญ่ขึ้น ผ่านโปรเจ็คจำหน่าย “คิมบับ” นอกสถานที่ โดยไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ทำอาหาร แต่ยังต้องสร้างทีม ออกแบบโลโก้ เลือกบรรจุภัณฑ์ รวมถึงคำนวณต้นทุนและตั้งราคาอย่างเหมาะสม
หนึ่งในความท้าทายสำคัญ คือการได้รับโอกาสให้จัดเตรียมคิมบับจำนวน 500 กล่อง สำหรับงานขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 4,000 คน ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพในสนามจริง

นอกจากการวางแผนต้นทุน สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงคือการเลือกใช้ “ข้าวสารไทย” ตามคำแนะนำของคุณครูชาวเกาหลี เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่ไม่แพ้ชาติใดในโลก รวมถึงการออกแบบไส้คิมบับให้มีทั้งสีสันและรสชาติที่สมดุล โดยใช้วัตถุดิบถึง 7 อย่าง 7 สี ได้แก่ แครอท(สีส้ม) ปูอัด(สีแดง) รากโกโบ(สีน้ำตาล) ไข่(สีเหลือง) สาหร่าย(สีดำ) ปลาแผ่น(สีขาว) และแตงกวา(สีเขียว) คิมบับต้องมีหลากสี เพราะมีทั้งเหตุผลด้าน ความสวยงามและรสชาติสีสันทำให้อาหารดูสดใส แต่ละสีแทนวัตถุดิบต่างกัน เช่น หวาน เค็ม และได้สารอาหารครบจากผักและโปรตีน“สี” ไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ช่วยให้คิมบับอร่อยและครบคุณค่ามากขึ้น
ในขั้นตอนเตรียมงาน นักเรียนได้ลงพื้นที่เลือกซื้อวัตถุดิบด้วยตนเอง โดยบางส่วนต้องเตรียมล่วงหน้าถึง 2 วัน ขณะที่บรรจุภัณฑ์จำนวน 500 กล่องก็ต้องติดสติกเกอร์ทีละชิ้น นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากเพื่อน ๆ ในโรงเรียน และการสนับสนุนวัตถุดิบอย่างไข่เป็ดคุณภาพจากฟาร์มในจังหวัดฉะเชิงเทรา สะท้อนถึงการทำงานเป็นทีมและการได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนอย่างแท้จริง

ในวันจริง ทีมต้องตื่นตั้งแต่ตี 3 เพื่อหุงข้าวและเตรียมไส้คิมบับที่หั่นและปรุงล่วงหน้า ซึ่งแต่ละวัตถุดิบมีวิธีการทำที่ต่างกัน เราเคยใช้ข้าวสารไทยมากถึง 20 กิโลกรัม แม้การตื่นเช้าเป็นอุปสรรคที่ท้าทาย แต่เด็ก ๆ ก้าวข้ามและสนุกกับการทำงาน เคล็ดลับสำคัญคือ “นึกถึงคนกินให้มากที่สุด งานจะออกมาดี” ทำให้ทุกขั้นตอนเต็มไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ


เบื้องหลังการทำธุรกิจนี้ นักเรียนได้เรียนรู้ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ คำนวณต้นทุน ตั้งราคา ขายสินค้า ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสรุปผลกำไร ทุกขั้นตอนเป็นประสบการณ์จริงในการบริหารธุรกิจ
ผ่านโปรเจ็ค Little Entrepreneurship โรงเรียนมุ่งให้นักเรียนได้นำทักษะเหล่านี้ไปต่อยอดในอนาคต ทั้งด้านอาชีพ การคิดเป็นระบบ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า หรือแม้กระทั่งสร้างธุรกิจของตนเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือ การมีความอดทน รับผิดชอบ และคำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภค พร้อมเปิดใจเรียนรู้และพัฒนาตนเองต่อไป





![[Little entrepreneurship]](https://devmainweb.lincolnschool.ac.th/wp-content/uploads/2026/04/MLSS_NEWS05_202604_1-scaled.jpg)
Leave a Reply